คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท รวมทั้งได้ยึดถือและปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน (The Principles of Good Corporate Governance of Listed Companies) ตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของบริษัทเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานทำให้เกิดความโปร่งใสต่อนักลงทุนอันจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่อบุคคลภายนอก และเผยแพร่ไปยังกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานของบริษัทและผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ โดยอ้างอิงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน

โดยมีการประกาศใช้จรรยาบรรณธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน พร้อมทั้งกำหนดให้พนักงานเข้ารับการอบรมและผ่านการรับรองจรรยาบรรณธุรกิจเป็นประจำทุกปี มีการเน้นย้ำในการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ กฎเกณฑ์ และข้อบังคับ โดยเฉพาะมาตรฐานทางจริยธรรม จึงถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของบริษัทที่จะให้พนักงานทุกคนนำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีไปใช้อย่างเคร่งครัดโดยสมบูรณ์ เพื่อให้ปราศจากการประพฤติมิชอบในหน้าที่

ความท้าทายที่สำคัญอีกประการ คือ การมีระบบการกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิภาพ มีกระบวนการกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิภาพ และมีกระบวนการติดตามการดำเนินงานที่เข้มงวด โดยเชื่อมโยงข้อมูลของการบริหารความเสี่ยง กฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ และหลักธรรมาภิบาลเข้าด้วยกัน ทำให้การบริหารงานบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย สร้างความไว้วางใจให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย

การกำกับดูแลกิจการที่ดีสู่ความยั่งยืนของบริษัท

บริษัทได้กำหนด ให้มีการพิจารณาทบทวนคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณและข้อพึงปฏิบัติในการทำงานและติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งโดยผ่านการนำเสนอจากคณะกรรมการความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล เพื่อปรับปรุงคู่มือฯ ดังกล่าวให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และสามารถนำไปปรับใช้ได้ทั่วทั้งองค์กรครอบคลุมถึงบริษัทย่อยได้ ตลอดจนข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักปฏิบัติที่ยังดำเนินการไม่ได้สำหรับบริษัทพร้อมทั้งเหตุผลและมาตรการทดแทน

นอกจากนี้บริษัทได้สื่อสารและเผยแพร่ให้คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับต้องลงนามรับทราบและยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติส่วนหนึ่ง ในการทำงานนำไปยึดถือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเผยแพร่บน Website ของบริษัทและช่องทางสื่อสารภายในของบริษัท

นโยบายความหลากหลายของกรรมการ

การสรรหากรรมการจะต้องคำนึงถึงประโยชน์ของความหลากหลายของคณะกรรมการบริษัทในด้านต่างๆ ซึ่งรวมถึงประวัติการศึกษา ประสบการณ์ในวิชาชีพ ทักษะและความรู้ โดยไม่จำกัดเพศ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา หรือ ความแตกต่างอื่นใด

ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัท ในการสรรหากรรมการจึงมีเป้าหมายดังนี้

  1. คณะกรรมการบริษัทควรมีเพศหญิงอย่างน้อย 1 ท่าน
  2. มีคณะกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 3 ท่าน ซึ่งคิดเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของคณะกรรมการทั้งหมด
  3. ไม่จำกัดเพศ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา
  4. ประกอบด้วยความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน (Skill Matrix) ดังนี้
  • ธุรกิจของบริษัท
  • ธุรกิจระหว่างประเทศ
  • การตลาดและกลยุทธ์
  • บัญชีและการเงิน
  • บริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์
  • การจัดการความเสี่ยงและการตรวจสอบ
  • วิศวะกรรม
  • กฎหมาย
  • เทคโนโลยีสารสนเทศน์/นวัตกรรม
  • การบริหารทรัพยากรบุคคล
  • ความยั่งยืนและการกำกับดูแลกิจการ

ผลการดำเนินงาน

ความหลากหลายของคณะกรรมการ (Board Diversity) เพศชาย 9 คน เพศหญิง 1 คน (10%)

กรรมการรวม 10 คน (100%)
กรรมการที่เป็นผู้บริหาร (Executive Director) 6 คน (60%)
กรรมการอิสระ (Independent Directors) 4 คน (40%)
กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารและไม่ใช่กรรมการอิสระ - คน
การประชุมคณะบริษัท 8 ครั้ง
การเข้าประชุมคณะกรรมการบริษัทเฉลี่ย 100%
ความหลากหลายของคณะกรรมการ(Board Diversity)
    เพศชาย 9 คน
    เพศหญิง 1 คน (10%)

ด้านความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาระดับการกำกับดูแลกิจการของบริษัท เพื่อให้สามารถเทียบเคียงได้กับบริษัทชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันจะส่งผลต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท คณะกรรมการจึงมีการทบทวนความเหมาะสม และความเพียงพอของนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทเป็นประจำทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจสภาพแวดล้อมที่อาจะเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งรวมถึงกฎหมาย กฎเกณฑ์ แนวปฏิบัติ และความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย

ในปี 2568

  • คณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบการปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นครั้งที่ 8 โดยเป็นการปรับปรุงหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการทีดี และสถานการณ์ในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ด้วยความมุ่งมั่นและเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการดำเนินงานบนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทำให้บริษัทได้รับการจัดอันดับด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ในระดับดีเลิศ (Excellent) หรือ 5 ตราสัญลักษณ์ในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report : CGR) ประจำปี 2568 ติดต่อกันเป็นปีที่ 6
  • กรรมบริษัททุกท่านมีวาระดำรงตำแหน่งต่อเนื่องไม่เกิน 9 ปี นับจากวันที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการครั้งแรก
  • กรรมบริษัททุกท่านเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนของกรรมการแต่ละท่านรวมแล้วไม่เกิน 5 บริษัท (โดยไม่มีข้อยกเว้น) เพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่
  • บริษัทกำหนดตารางการประชุมกรรมการบริษัทล่วงหน้าตลอดทั้งปี และแจ้งให้คณะกรรมการทราบล่วงหน้าก่อนสิ้นปีของปีปัจจุบัน เพื่อวางแผนเข้าร่วมประชุม โดยบริษัทได้จัดการประชุมทุก ๆ เสาร์ที่ 1 หรือ 2 ของเดือน กุมภาพันธ์ เมษายน (หลัง AGM) พฤษภาคม สิงหาคม พฤศจิกายน ธันวาคม และอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มตามความจำเป็น
  • มีการกำหนดวาระประชุมชัดเจนล่วงหน้า และมีวาระพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานเป็นประจำ บริษัทจะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุม และเอกสารประกอบการประชุมให้กรรมการทุกท่านล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันก่อนวันประชุม เพื่อให้คณะกรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน

ด้านการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

บริษัทจัดทำคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (Management Discussion and Analysis) เพื่อประกอบการเปิดเผยงบการเงินและจัดทำจดหมายข่าว เพื่อรายงานผลประกอบการฉบับย่อเป็นประจำทุกไตรมาส โดยเผยแพร่ผ่าน Website ของบริษัท รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรม Opportunity Day ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ปี 2568 บริษัทเข้าร่วมกิจกรรม Opportunity Day จำนวน 2 ครั้ง และจัดทำจดหมายข่าวเผยแพร่ผ่านทาง Website บริษัท รายละเอียดดังนี้

  • เข้าร่วมกิจกรรม Opportunity Day ในวันที่ 12 มีนาคม 2568 เพื่อรายงานผลประกอบการของปี 2567
  • เข้าร่วมกิจกรรม Opportunity Day ในวันที่ 27 สิงหาคม 2568 เพื่อรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2/2568

ค่าตอบแทนกรรมการ

ในมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างค่าตอบแทนกรรมการบริษัท ดังนี้

ตำแหน่ง ค่าตอบแทน (บาท/ปี)
1. ประธานกรรมการบริษัท 1,200,000
2. ประธานกรรมการตรวจสอบ 280,000
3. ประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน 140,000
4. ประธานกรรมการความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล 140,000
5. กรรมการอิสระ 330,000
6. กรรมการตรวจสอบ 200,000
7. กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน 100,000
8. กรรมการความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล 100,000
9. กรรมการ 180,000
10. เบี้ยประชุมคณะกรรมการบริษัท
- ประธานกรรมการบริษัท 10,000 บาท/ครั้ง
- กรรมการอิสระ 5,000 บาท/ครั้ง

การประเมินผลงานของคณะกรรมการ

บริษัทจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยใช้แนวทางการประเมินผลงานของคณะกรรมการจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเลขานุการบริษัทจะเป็นผู้ส่งแบบประเมินผลงานของคณะกรรมการ ให้แก่คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อใช้ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการทั้งคณะและประเมินผลการปฏิบัติงานของตนเอง จากนั้นรวบรวมคะแนนและสรุปผลเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการความยั่งยืนและบรรษัทภิบาลและคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาทบทวนผลการประเมิน ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานระหว่างปีที่ผ่านมา เสนอแนะแนวทางปรับปรุงแก้ไข และนำผลการประเมินไปพัฒนาประสิทธิภาพการทำหน้าที่ของคณะกรรมการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการกำกับดูแลกิจการที่ดีต่อไป โดยมีเกณฑ์การประเมินผลคิดเป็นร้อยละจากคะแนนเต็ม ดังนี้

ร้อยละ 90 – 100 = ดีเยี่ยม

ร้อยละ 76 – 89 = ดีมาก

ร้อยละ 66 – 75 = ดี

ร้อยละ 50 – 65 = พอใช้

ต่ำกว่าร้อยละ 50 = ควรปรับปรุง

หัวข้อในการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการรายคณะ มีดังนี้

  1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ
  2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
  3. การประชุมคณะกรรมการ
  4. การทำหน้าที่ของกรรมการ
  5. ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ
  6. การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร
  7. ผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการของบริษัท โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

หัวข้อในการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการรายบุคคล มีดังนี้

  1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ
  2. การประชุมของคณะกรรมการ
  3. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

สำหรับผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยและการประเมินกรรมการรายบุคคลในภาพรวม ดังนี้

ผลการประเมิน ปี 2568
รายบุคคล รายคณะ
คณะกรรมการบริษัท ดีมาก ดีมาก
คณะกรรมการตรวจสอบ ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม
คณะกรรมการความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล ดีเยี่ยม ดีเยี่ยม
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ดีมาก ดีมาก

ทั้งนี้ คณะกรรมการยังได้ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการกำกับดูแลกิจการ

การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารสูงสุด

คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารสูงสุดเป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ในหัวข้อเกี่ยวกับความเป็นผู้นำ การกำหนดและปฏิบัติตามแผนกลยุทธ์ การวางแผนและผลการปฏิบัติ ทางการเงิน ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ ความสัมพันธ์กับภายนอก การบริหารงานและความสัมพันธ์กับบุคลากร การสืบทอดตำแหน่ง ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน การกำกับดูแลกิจการ ความยั่งยืน และคุณลักษณะส่วนตัว โดยใช้แนวทางการประเมินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยขั้นตอนการประเมินนั้นเลขานุการบริษัทจะจัดส่งแบบประเมินดังกล่าวให้กรรมการอิสระหรือกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารหรือคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เพื่อทำการประเมินผลการปฏิบัติงาน และนำผลการประเมินไปหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (ที่ไม่เป็นผู้บริหาร) ต่อไป

สำหรับผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารในภาพรวมประจำปี 2568 มีดังนี้

ผลการประเมิน ปี 2568
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเยี่ยม

แผนการกำหนดผู้สืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning)

บริษัทให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความยั่งยืนและต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ คณะกรรมการบริษัทจึงมอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนดำเนินการดูแลให้มีการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งของผู้บริหารสูงสุดของบริษัท และมีการทบทวนแผนดังกล่าวเป็นระยะ โดยพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ ของผู้บริหารที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายเหมาะสม เช่น คุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และมีการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นระยะ

วัตถุประสงค์เพื่อวางแผนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลไว้ล่วงหน้าในเชิงรุก โดยวางแผนและพัฒนาจากคนในองค์กรที่มีศักยภาพในตำแหน่งงานสำคัญ เพื่อทดแทนและสืบทอดตำแหน่งงานที่มีการเกษียณอายุหรือรักษคนเก่งที่อาจถูกหมายปองจากภายนอก ลดความสูญเสียบุคคลกรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เป็นแรงจูงใจในการรักษาพนักงานที่มีความสามารถและมีศักยภาพไว้ พร้อมทั้งมีโอกาสได้พัฒนาและปรับเลื่อนในตำแหน่งที่สูงขึ้น ดังนี้

  • ผู้บริหารสูงสุดเป็นผู้จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งและนำเสนอคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนพิจารณาและนำเสนอคณะกรรมการบริษัทอนุมัติ
  • คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน จัดให้มีการติดตามความคืบหน้าของแผนสืบทอดตำแหน่ง ตั้งแต่การระบุผู้สืบทอดตำแหน่ง การพัฒนาศักยภาพ ตลอดจนการประเมินผล
  • เมื่อตำแหน่งของผู้บริหารสูงสุดของบริษัทว่างลง/ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนมีหน้าที่ในการคัดเลือกผู้บริหารสูงสุดคนใหม่ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งผู้ที่มีความเหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งแทนต่อไป

โดยในปี 2568 บริษัทมีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงาน ให้มีความเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจที่มีความหลากหลายมากขึ้น และเพื่อให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์สู่การเจริญเติบโตในอนาคต คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนพิจารณาร่วมกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารปัจจุบัน ในการกำหนดทักษะความรู้้ความสามารถในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่่บริหารให้เหมาะสมกับองค์กร มีการจัดทำแผนการสืบทอดตำแหน่งโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท (ที่ไม่ใช่ผู้บริหาร) และประธานกรรมการบริหาร เพื่อให้พิจารณาต่อไป โดยมีแผนพัฒนากลุ่มผู้บริหารที่มีศักยภาพสูงและติดตามประเมินผลงานทุกปี

ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (IT Security) และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

บริษัทจัดทำนโยบายและมาตรฐานแนวทางปฏิบัติให้ผู้บริหาร พนักงาน และบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานให้บริษัท ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยด้านสารสนเทศ ครอบคลุมระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล การป้องกันการแก้ไขข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต การสำรองข้อมูล และการเตรียมพร้อมกรณีฉุกเฉิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความปลอดภัยในการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของบริษัท

ในการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปี 2568 บริษัทได้วิเคราะห์ และแก้ไขข้อบกพร่องของการรักษา ความปลอดภัยสารสนเทศ (IT Security Gap Closing) ดำเนินการป้องกันด้วย Firewall Protection การใช้ระบบ Virtual Private Network (VPN) การตรวจสอบอีเมลจากภายนอก การจำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์อันตราย และการป้องกันการติดไวรัส รวมถึงการสำรองข้อมูล และซ้อมแผนฉุกเฉิน เพื่อรับมือกับ เหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อข้อมูลในระบบสำคัญของบริษัท

ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) อย่างเคร่งครัด มีการแยกส่วนการจัดเก็บข้อมูลและกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูล รวมถึงจัดทำสัญญา และข้อกำหนดสำหรับ ลูกค้าและคู่ค้าในการไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ในปี 2568 บริษัทไม่มีกรณีหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ของไซเบอร์ ข้อมูลลูกค้ารั่วไหล หรือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของลูกค้า

การรับข้อร้องเรียนและแจ้งเบาะแส

ในปี 2568 บริษัทติดตามรายงานการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนผ่านช่องทางในการร้องเรียน พบว่าได้รับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด เป็นประเด็นสินค้า บริการและการอำนวยความสะดวกแก่พนักงานของบริษัท อย่างไรก็ดีประเด็นเรื่องร้องเรียนดังกล่าวได้ดำเนินการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการให้ความสำคัญเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างสุจริต ซื่อสัตย์และมีคุณธรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท

บริษัทส่งเสริมการปฏิบัติงานและการกำกับดูแลกิจการอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้มาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ร้องเรียนสามารถสอบถามรายละเอียดแจ้งข้อร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแสการกระทำผิดทางกฎหมาย ความไม่ถูกต้องของรายงานทางการเงิน ระบบควบคุมภายในที่บกพร่องหรือการผิดจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท ส่งเรื่องร้องเรียนได้ผ่าน 6 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ โทรศัพท์ อีเมล จดหมาย และด้วยตนเอง โดยหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์และเลขานุการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบในการรับความคิดเห็น ข้อร้องเรียนต่าง ๆ จากผู้ถือหุ้นและนักลงทุนขณะที่ตัวแทนฝ่ายบริหารและฝ่ายทรัพยากรมนุษย์รับผิดชอบในการรับข้อคิดเห็นและเรื่องราวร้องทุกข์จากพนักงาน ทั้งนี้ บริษัทได้จัดทำวิธีปฏิบัติงานต่อข้อร้องเรียนของผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ อย่างชัดเจน เพื่อรักษาสิทธิรวมถึงคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้ร้องเรียน โดยผู้ร้องเรียนดังกล่าวจะได้รับความคุ้มครองและเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวไว้เป็นความลับ ซึ่งเข้าถึงได้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง ในกรณีมีข้อร้องเรียนว่าอาจมีการกระทำความผิดจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนจากส่วนงานที่ไม่มีส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าว เพื่อสอบสวนและดำเนินการตามข้อบังคับทางวินัยของบริษัท และรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทต่อไป

ช่องทางในการร้องเรียน

ช่องทางที่ 1 การร้องเรียนด้วยตนเองที่สำนักงานใหญ่ บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) : 42/174 หมู่ 5 ซอยศรีเสถียรนิเวศน์ ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210
ช่องทางที่ 2 การร้องเรียนโดยจัดทำเป็นหนังสือและส่งมาที่เลขานุการบริษัท : บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) 42/174 หมู่ 5 ซอยศรีเสถียรนิเวศน์ ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210
ช่องทางที่ 3 การร้องเรียนทางโทรศัพท์หรือโทรสาร : โทรศัพท์ 0-2429-0354-7 ต่อ 501 หรือ โทรสาร 0-2429-0358
ช่องทางที่ 4 การร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท (www.tpbigroup.com)
ช่องทางที่ 5 การร้องเรียนผ่านทางอีเมล
คณะกรรมการตรวจสอบ : ac@tpbigroup.com
นักลงทุนสัมพันธ์ : ir@tpbigroup.com
เลขานุการบริษัท : company_secretary@tpbigroup.com
ช่องทางที่ 6 กล่องรับความคิดเห็น สำหรับพนักงาน

Menu offcanvas