ความรู้ทั่วไป

แก้วกระดาษ, ฝาแก้วกระดาษ, ชามกระดาษ แบบย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

แก้วกระดาษ, ฝาแก้วกระดาษ, ชามกระดาษ แบบย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

Image

แก้วกระดาษ, ฝาแก้วกระดาษ, ชามกระดาษ แบบย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

ในปี 2562 ที่ผ่านมาทั่วโลกเผชิญหน้าและกระตือรือร้นในการแก้ปัญหาขยะพลาสติกอย่างจริงจัง เหล่านั้นรวมไปถึงมาตรการการนำเข้าและส่งออกสินค้าที่มีพลาสติกเป็นส่วนประกอบ ภาคส่วนธุรกิจที่น่าจะมีผลกระทบโดยตรง ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน เช่น ถุงพลาสติกหรือบรรจุภัณฑ์อาหารที่มีพลาสติกเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นหลายประเทศจึงหันมาให้ความสำคัญและหามาตรการการแก้ปัญหา โดยกำหนดนโยบายในการจัดการขยะ โดยยกเลิกการใช้ถุงพลาสติก รวมถึงรณรงค์ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้

ประเทศในสหภาพยุโรปหรืออียูห้ามการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง โดยมีผลกับสมาชิกทั้ง 28 ประเทศ ภายในปี 2564 นอกจากนี้ยังมีมาตรการให้ผู้ผลิตรับผิดชอบในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือสามารถรีไซเคิลได้ โดยมีผลกระทบถึงสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศที่วางจำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรป โดยจะเริ่มใช้มาตรการนี้ในปี 2573 เป็นต้นไป

โดยผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่าย ได้แก่ บรรจุภัณฑ์อาหารต่าง ๆ แก้วกระดาษ, ฝาปิดแก้วกระดาษ, ชามกระดาษ, ถุงกระดาษสำหรับใส่อาหารจำพวกเบเกอรี่, แพ็กเกจจิ้งบรรจุอาหาร, บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน, ซึ่งในแต่ละประเทศก็ยังมีมาตรการการจัดการขยะพลาสติกของตัวเอง

Image

แต่ละประเทศมีมาตรการ “การกำจัดขยะ” อย่างไรบ้าง

  • ประเทศฝรั่งเศส เป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ คือ จะยกเลิกพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งภายในปี 2040 และสามารถรีไซเคิลพลาสติกได้ 100% ปี 2025
  • ประเทศสวีเดน เป็นประเทศที่มีระบบบการจัดการขยะเป็นอันดับ 1 ของโลก มีระบบการมัดจำถุงพลาสติก เพื่อเป็นการป้องกันการทิ้งถุงพลาสติกไปอย่างสูญเปล่า
  • ประเทศเดนมาร์ก มีการเก็บภาษีถุงพลาสติกจากผู้ค้าปลีก เพื่อกดดันให้ผู้ประกอบการคิดค่าธรรมเนียมแก่ผู้บริโภค และกระตุ้นให้ผู้บริโภคใช้ถุงพลาสติกที่สามารถนำกลับใช้ซ้ำหรือถุงพลาสติกที่ผลิตมาจากพลาสติกที่ใช้แล้ว (Post-Consumer Recycle)
  • ประเทศอังกฤษ มีการเก็บภาษีถุงพลาสติกและห้ามใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง โดยมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2015 โดยมาตรการดังกล่าวสมามารถลดพลาสติกที่ใช้ในประเทศมากถึง 80%
  • ประเทศสหรัฐอเมริกา มีนโยบายผลักดันให้ประชาชนใช้ถุงที่สามารถใช้ซ้ำได้ (Reusable bag) และมีการห้ามใช้ถุงพลาสติกโดยเด็ดขาด โดยเมืองแรกที่ทำคือ ซานฟรานซิสโก นอกจากนี้ยังมีมาตรการล่าสุด โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคม 2020 นี้คือ รัฐนิวยอร์ก ห้ามร้านค้าให้ถุงพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งแก่ผู้บริโภค

จากมาตรการดังกล่าว ทำให้ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคใหญ่ ๆ หลายแบรนด์ตระหนักถึงปัญหาของสิ่งแวดล้อม และมุ่งออกแบบและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิตบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนหรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของตัวเองมากยิ่งขึ้น

คุณเองก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน

จากมุมมองและการตระหนักถึงความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) จึงได้มีการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารที่ผลิตมาจากพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ

Image

บรรจุภัณฑ์อาหารที่ผลิตมาจากพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพต่างจากบรรจุภัณฑ์อาหารพลาสติกทั่วไปอย่างไร?

บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพคือ พลาสติกที่มีการย่อยสลายด้วยเอนไซม์จุลินทรีย์หรือแบคทีเรียที่มีอยู่ในธรรมชาติ เมื่อย่อยสลายหมดแล้วจะกลายเป็นน้ำ มวลชีวภาพ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยมีส่วนประกอบที่ทำมาจากพืช ตัวอย่างเช่น แก้วกระดาษ ชามกระดาษ ฝาปิดแก้วกระดาษที่ทำจากกระดาษเกรดผลิตอาหารและเคลือบด้วยพลาสติกชีวภาพ Polybutylene Succinate (PBS) โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถย่อยสลายได้หลังการฝังกลบภายใน 180 วัน

สรุป

ไม่ว่าคุณเองจะเป็นองกรค์เล็กหรือใหญ่หรือเป็นธุรกิจขาดเล็ก คุณก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโลกได้เช่นกัน ด้วยการสร้างบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภาคส่วนเล็ก ๆ ริเริ่ม เมื่อร่วมกันก็จะกลายเป็นภาคส่วนกลุ่มใหญ่ ๆ ในวันข้างหน้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน “การสร้างบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน”

Image

Reference

- greennetworkthailand 

- Picture from: Shutter stock